Facebook Twitter RSS Feed
gPlus 

เซียนหวยแห่ขอโชคตะเคียนยักษ์อายุ 2,000 ปี ที่วัดดังนครพนม

เซียนหวยแห่ขอโชคตะเคียนยักษ์อายุ 2,000 ปี ที่วัดดังนครพนม

 

หวยเด็ดงวดนี้ ชาวบ้านแห่กราบไหว้ตะเคียนยักษ์อายุ 2,000 ปี วัดดังนครพนม แกะสลักภาพนูนสูงคำสอนศาสนา-แฝงสัจธรรมชีวิต

     เมื่อวันที่ 14 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระครูปิยคามเขตคณาภิรักษ์ ดร.(จอ.ชพ.) หรือพระอาจารย์จินดา อายุ 45 ปี เจ้าคณะอำเภอบ้านแพง จ.นครพนม เจ้าอาวาสวัดปทุมมาราม บ้านนาเข หมู่ 1 ต.นาเข อ.บ้านแพง จ.นครพนม มีไอเดียนำต้นไม้ตะเคียนทองยักษ์ อายุราว 2,000 ปี ขนาดความยาวประมาณ 20 เมตร เส้นรอบวงโคนต้น ประมาณ 5 เมตร ซึ่งเป็นไม้ตามความเชื่อว่า มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เทวดาอารักษ์ปกปักษ์รักษา รวมถึงมีนางตะเคียนสิงสถิตย์ มาเก็บรักษาไว้ภายในวัด พร้อมออกแบบจากแนวความคิด ให้ช่างแกะสลักไม้มาแกะสลักเป็นภาพนูนสูง ตลอดลำต้นไม้ตะเคียนยักษ์ จนเป็นที่ฮือฮา และได้รับความสนใจจากประชาชน และนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก

     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต้นตะเคียนที่แกะสลักดังกล่าวประกอบด้วย รูปพระพุทธเจ้าปางปรินิพพาน 2 ด้าน รวมไปถึงภาพภาพพุทธประวัติของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในการออกผนวช แสดงธรรมเทศนาโปรดมนุษย์ ผสมผสานกับภาพสัตว์ในวรรณคดี รวมถึงหลักคำสอนของพระพุทธศาสนา ไปจนถึงการเวียนว่ายตายเกิดของมนุษย์ สอดแทรกด้วย ภาพสัจธรรมของชีวิต ที่ปัจจุบันกำลังยึดติดกับเทคโนโลยีที่มีความก้าวหน้า ที่จะเป็นสื่อให้ประชาชน นักท่องเที่ยวมากราบไหว้ เพราะยังเชื่อเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ของต้นตะเคียน ควบคู่กับการชื่นชมลวดลายแกะสลัก แฝงสั่งสอนด้วยปริศนาธรรมในตัว

     ที่สำคัญยังเป็นการสร้างจิตสำนักให้คนเห็นความสำคัญของพระพุทธศาสนา เนื่องจากปัจจุบันคนในสังคมกำลังหลงอยู่กับอบายมุข โดยในการแกะสลักจะเน้นให้มีความสวยงามแบบธรรมชาติ และลงตัวกับสภาพของต้นตะเคียนทองยักษ์ให้มากที่สุด ซึ่งจะมีการแกะสลักแบ่งออกเป็น 2 ด้าน คือด้านที่มีการลงสีสันความสวยงาม อีกด้านจะเน้นความเป็นธรรมชาติของไม้ตะเคียนให้มากที่สุด สื่อถึงสัจธรรมของชีวิต เมื่อเกิดมาแล้วสุดท้ายไม่มีอะไร นอกจากความดี

     พระสุเทพ ธรรมวโร อายุ 39 ปี พระลูกวัด กล่าวถึงที่มาของต้นตะเคียนยักษ์ ว่า เดิมพระครูปิยคามเขตคณาภิรักษ์ ซึ่งเป็นพระที่มีความรู้ความสามารถ ชาวบ้านศรัทธาเคารพนับถือ อุปสมบทศึกษาเล่าเรียน มานานกว่า 26 พรรษา จนได้รับตำแหน่งเจ้าคระอำเภอบ้านแพง จ.นครพนม ก่อนมาพัฒนาดูแลวัดแห่งนี้ที่เป็นบ้านเกิด ต่อจากเจ้าอาวาสองค์เดิม จนกระทั่งมีความตั้งใจว่าจะสร้างอุโบสถ แต่ต้องการทำด้วยไม้ เพื่อให้เกิดความสวยงาม หาดูได้ยากให้ประชาชน นักท่องเที่ยวมาเที่ยวชม กราบไหว้ทำบุญ และเป็นที่มาของการเกิดนิมิต มีผู้หญิงคนหนึ่งมาบอกว่า ต้องการที่จะมาอยู่อาศัยในวัด ช่วยพัฒนาวัดทะนุบำรุงพระพุทธศาสนา

     ต่อมาไม่นานได้เกิดความบังเอิญ มีชาวบ้านมาบอกว่า มีคนพบไม้ตะเคียนขนาดใหญ่ ที่ห้วยบางทราย จ.มุกดาหาร เมื่อปี 2554 จึงเกิดความแปลกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นตามนิมิต และมีความคิดว่าจะไปดูและอยากได้ไม้ตะเคียนต้นดังกล่าวมาไว้ที่วัด เพราะเชื่อว่าจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในนิมิต แต่หลังจากการไปดูแล้วพบว่าไม้มีขนาดใหญ่มาก ความยาวประมาณ 20 เมตร ขนาดความกว้างรอบลำต้นประมาณ 5 เมตร เชื่อว่ามีอายุไม่ต่ำกว่า 2,000 ปี จึงขอรับสนับสนุนจากผู้มีจิตศรัทธา เคลื่อนย้ายไม้ตะเคียนยักษ์ต้นนี้มาไว้ที่วัด ซึ่งต้องมีการผ่านกระบวนการทางกฎหมายหลายขั้นตอน ถึงนำมาไว้ที่วัดได้

     พระสุเทพ กล่าวต่อว่า ภายหลังทางพระครูเจ้าอาวาส จึงเกิดความคิดว่าการนำไม้ตะเคียนมาไว้ที่วัดเพียงอย่างเดียวคงไม่เกิดจุดสนใจ จึงเกิดความคิดที่จะทำการแกะสลักไม้ตะเคียน เพื่อให้เกิดความขลังศักดิ์สิทธิ์มากขึ้น จึงหารือกับช่างแกสลักมาลงมือแกะสลัก โดยเป็นคนออกแบบด้วยตนเอง ให้ช่างลงมือแกะสลัก เนื่องจากมีความรู้พื้นฐาน และชอบศึกษาเกี่ยวกับงานศิลปะมาอยู่แล้ว ซึ่งกำหนดแกะสลักให้ต้นตะเคียนเป็นรูป พระพุทธเจ้าปางปรินิพพาน 2 ด้าน รวมไปถึงภาพภาพพุทธประวัติของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในการออกผนวช แสดงธรรมเทศนาโปรดมนุษย์ ผสมผสานกับภาพสัตว์ในวรรณคดี รวมถึงหลักคำสอนของพระพุทธศาสนา ไปจนถึงการเวียนว่ายตายเกิดของมนุษย์ สอดแทรกด้วย ภาพสัจธรรมของชีวิต

     ด้านหนึ่งจะมีการลงสีให้สวยงาม ส่วนอีกด้านจะคงเป็นสภาพเดิมให้เห็นลักษณะความสวยงามของเนื้อไม้ และแก่นแท้ของไม้ตะเคียน สื่อความหมายระหว่างความสำคัญของพระพุทธศาสนา กับสังคมยุคปัจจุบัน ให้ประชาชนที่มาเยี่ยมชมเกิดความคิด มีความหมายในตัว แฝงด้วยปริศนาธรรม

     “เป้าหมายที่แกะสลักภาพลงบนไม้ตะเคียนต้นนี้ ต้องการที่จะสร้างจุดสนใจให้กับผู้ที่มาพบเห็น ได้สำนึกในหลักธรรมคำสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และเข้าใจถึงสัจธรรมของชีวิต ที่จะนำไปปฏิบัติตนในชีวิตประจำวัน ให้มีความสงบสุข และช่วยกันทะนุบำรุงพระพุทธศาสนา ภายใต้ความขลังของไม้ตะเคียนทอง ที่เชื่อว่ามีความศักดิ์สิทธิ์ รวมถึงได้มากราบไหว้บูชาเป็นสิริมงคลตามความเชื่อ นอกจากนี้ ยังจะได้พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางศาสนาที่สำคัญของ จ.นครพนม ต่อไปอนาคต จึงขอเชิญชวนญาติโยม เดินทางมาเที่ยวชมกราบไหว้บูชา เพื่อความเป็นสิริมงคล” พระสุเทพ กล่าว



ที่มา...ข่าวสด

บทความที่เกี่ยวข้อง