Facebook Twitter RSS Feed
gPlus 

ฮือฮา! พบต้นมะขามยักษ์ อายุ500ปี-งูขนาดใหญ่2ตัวเลื้อยอาศัย

ฮือฮา! พบต้นมะขามยักษ์ อายุ 500 ปี-งูขนาดใหญ่ 2 ตัวเลื้อยอาศัย

 

เลขเด็ดงวดนี้ เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 30 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่ามีต้นมะขามขนาดใหญ่อายุหลายร้อยปี อยู่ภายในวัดศิลามงคล หมู่ 3 ต.หินฮาว อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบว่าภายในบริเวณวัดดังกล่าวมีลักษณะร่มรื่น เต็มไปด้วยต้นไม้ยืนต้นหลากหลายชนิด ส่วนใหญ่จะเป็นต้นมะขาม โดยมีอยู่ต้นหนึ่งเด่นสง่าและแปลกกว่าต้นอื่นๆ คือมีขนาดใหญ่ ลำต้นกลวง โดยคนสามารถเข้าไปยืนอยู่ได้ 4-5 คนเลยทีเดียว หากมองขึ้นไปจะเป็นภาพที่สวยงามแปลกตาเป็นอย่างมาก

     โดยลำต้นสูงประมาณ 30 เมตร แผ่กิ่งก้านเป็นพุ่มรัศมีประมาณ 15–20 เมตร โดยที่บริเวณลำต้นและโคนต้น มีพวงมาลัย ดอกไม้ ธูปเทียนของผู้ที่มากราบไหว้ได้นำมาวางและปักไว้รอบๆลำต้น เมื่อให้ชาวบ้านจับมือกันและโอบรอบต้นมะขามต้องใช้ 6-7 คนโอบเลยทีเดียว

     นายพิทักษ์ บุญแถม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ต.หินฮาว เล่าให้ฟังว่า วัดศิลามงคลตั้งอยู่ริมแม่น้ำพุง ซึ่งจากคำบอกเล่าต่อๆกันมาว่าต้นมะขามดังกล่าวเป็นมะขามเปรี้ยว และมีมาก่อนที่จะมีการสร้างวัดซึ่งลำต้นก็มีขนาดใหญ่ไม่ผิดไปจากที่เห็นปัจจุบันจึงคาดว่าต้นมะขามดังกล่าวน่าจะมีอายุราว ๆ 500 ปี



     เมื่อก่อนลำต้นไม่ได้กลวงขนาดนี้เป็นเพียงซอกหลืบจำนวนมาก และมีงูขนาดใหญ่จำนวน 2 ตัว เลื้อยเข้าไปอาศัยอยู่ ชาวบ้านเกรงจะเป็นอันตรายแก่พระสงฆ์ จึงได้จุดไฟเผาจนเป็นโพรงกลวงดังที่เห็นในปัจจุบัน โดยคนสามารถเข้าไปยืนอยู่ได้ 4–5 คน ส่วนลำต้นได้มีการวัดและบันทึกอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 20 ก.ย.2551 ขนาดเส้นรอบวง 8.40 เมตร

     สำหรับวัดศิลามงคล เดิมชื่อวัดหินฮาวมหานิกาย ตั้งชื่อตามหมู่บ้านและได้รับวิสุงคามสีมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2290 ต่อมาประมาณปี พ.ศ.2460 กองทัพธรรมภาคอีสานได้นำคณะสงฆ์ธรรมยุติมาประจำที่วัดและเปลี่ยนมาเป็นฝ่ายธรรมยุติ ซึ่งมีหลวงปู่ชอบ ฐานสโม และ หลวงปู่หลุย จันทะสาโร รวมอยู่ด้วย และได้ตั้งชื่อให้เป็นมงคลและสอดคล้องกับชื่อหมู่บ้านหินฮาว โดย “หิน” หมายถึง “ศิลา” จึงตั้งชื่อว่า “ศิลามงคล” หมายถึง “หินอันเป็นมงคล” อุโบสถหันหน้าไปทางทิศตะวันตกซึ่งเป็นแม่น้ำพุง คาดว่าเป็นเส้นทางที่ใช้สัญจรไปมาในขณะนั้น มีพระประธานมีพุทธลักษณะคล้ายหลวงพ่อใหญ่วัดตาล จึงคาดว่าน่าจะสร้างในสมัยเดียวกัน 



     ส่วนอุโบสถได้มีการปรับปรุงมาแล้วถึง 3 ครั้ง แต่พระประธานก็ยังประดิษฐานอยู่ที่เดิมไม่ได้เคลื่อนย้ายแต่อย่างใด และนอกจากนั้นภายในวัดยังมีสิ่งที่น่าสนใจควรค่าแก่การศึกษาอีกมาก เช่น ตู้เก็บพระไตรปิฎก จะมีลวดลายคล้ายกับคนแคระที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ จึงน่าจะมีความเกี่ยวข้องในด้านยุคสมัย รวมทั้งยังมีใบลานจารึกคล้ายๆภาษาขอม หรือ ภาษาบาลี

     ซึ่งน่าจะมีการอ่านหรือแปลความหมายเพื่อเก็บไว้เป็นประวัติศาสตร์หรือแหล่งความรู้แก่คนรุ่นหลังได้ โดยในขณะนี้ได้ประสานของบประมาณจาก อบต.หินฮาว เพื่อนำมาปรับปรุง และพัฒนาวัด เพื่อเป็นแหล่งศึกษาและท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมต่อไป


ที่มา...ข่าวสด

บทความที่เกี่ยวข้อง