Facebook Twitter RSS Feed
gPlus 

คอหวยฮือฮา! หวยรถบิ๊กตู่ 881 ตรงๆสามตัวบน

คอหวยฮือฮา! หวยรถบิ๊กตู่ 881 ตรงๆสามตัวบน

 

เลขเด็ดงวดนี้  ฮือฮาไปทั่วทำเนียบรัฐบาล ผลออกรางวัลที่ 1 มีเลขท้าย 3 ตัว "881" ตรงเผงกับเลขทะเบียนรถเบนซ์ของนายกฯบิ๊กตู่ ที่เพิ่งนำไปซ่อม เปลี่ยนมาใช้รถโฟล์กตู้แทน ข้าราชการ-เจ้าหน้าที่ต่างบ่นเสียดาย เพราะแห่กันไปซื้อเลขรถโฟล์ก กับเลขเกี่ยวกับ "หลวงพ่อคูณ" ที่ไม่ออกสักตัว ด้าน "โคราช" เตรียมทำบุญถวายอีก ในวันครบรอบ 50 วัน และ 100 วัน อาจรวมกันจัดอย่างยิ่งใหญ่ที่วัดบ้านไร่

     เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. นายบัญชายุทธ นาคมุจลินท์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนา จ.นคร ราชสีมา ในฐานะรองประธานคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินวัดบ้านไร่ กล่าวว่าภายหลังทำบุญอุทิศส่วนกุศล และสวดพระพุทธมนต์ถวายพระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ครบ 15 วัน หลังจากละสังขาร เพื่อเป็นการรำลึกถึงคุณความดีของหลวงพ่อคูณ นับว่าเป็นการรวมพลังของประชาชนชาวโคราช จึงมีความคิดว่าจะจัดทำบุญครบ 50 วันอีกครั้ง ถ้าจัดในนามจังหวัดอาจจะจัดในตัวเมืองนครราชสีมา ส่วนการทำบุญ 100 วันนั้น ทุกส่วนที่เกี่ยวข้องจะต้องมาร่วมกันคิดปรึกษาหารือกัน โดยคิดว่าหลวงพ่อคูณอยู่วัดบ้านไร่ ก็น่าจะไปจัดรวมกันที่วัดบ้านไร่ให้เป็นงานใหญ่ไปเลย

     ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนา จ.นคร ราชสีมา กล่าวว่าส่วนเรื่องการตรวจสอบทรัพย์สินของวัดบ้านไร่นั้น กำหนดเวลาให้ 30 วัน เพื่อให้คณะกรรมการวัดและไวยาวัจกรรวบรวมทรัพย์สินของวัดให้ได้มากที่สุด ดังนั้นก็ช่วยกันตรวจสอบ เพราะบางอย่างกรรมการหามาไม่ครบ เนื่องจากมีสิ่งของมากมาย ไม่รู้ว่าเอาไปเก็บ หรือฝากไว้ตรงไหนบ้าง หรืออาจจะมีคนยืมไป ต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตา หรือใครที่ยืมไปก็ให้นำมาคืน เดี๋ยวกรรมการวัดจะมีปัญหา เพราะบางครั้งอาจจะยืมไปแล้วไม่ได้บันทึกไว้ ถ้ายืมไปแล้วให้รีบนำมาส่งคืน เพื่อให้กรรมการวัดรวบรวมอย่างสมบูรณ์ที่สุด

     "ที่หลายฝ่ายวิตกว่าจะเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวนั้น ผมไม่อยากให้พวกเราที่เป็นลูกศิษย์ไปคิดในทางอกุศล ไม่อยากมองในเชิงว่ากรรมการวัด ไวยาวัจกรวัดเอาไปเป็นของส่วนตัว ไม่อยากให้มองอย่างนั้น เพื่อที่เราจะส่งให้คณะกรรมการวัดชุดใหม่ โดยกรรมการตรวจสอบที่เจ้าคณะจังหวัดตั้งขึ้น จะเป็นตัวกลางช่วยรับมา แล้วกรรมการชุดใหม่ก็รับต่อไป เรามีหลักการคิดอย่างนี้ ไม่ใช่ว่าไปจับผิด ไปมีมิจฉาทิฐิกับกรรมการวัด เราไม่ได้คิดอย่างนั้น" นายบัญชายุทธกล่าว

     นายบัญชายุทธกล่าวถึงเงินหนี้สิน 95 ล้านบาท จากการก่อสร้างวิหารเทพวิทยาคม ว่าเป็นเรื่องระหว่างคณะกรรมการวัดจะต้องคุยกันเอง กรรมการตรวจสอบถึงแม้ว่าจะรู้ แต่ก็พูดอะไรไปไม่ได้ คือรู้แบบได้ยินพูดมาว่ามีผู้ออกเงินไปก่อน 95 ล้านบาทเท่านั้น ส่วนความเป็นมาตื้นลึกหนาบางอย่างไร ไม่สามารถรู้ได้ เป็นเรื่องระหว่างผู้สำรองจ่ายเงินไปก่อนกับกรรมการวัดที่จะคุยกัน ต้องให้ไปพูดคุยตกลงกันเอง

     ผู้สื่อข่าวถามว่าแน่ใจได้อย่างไรว่าน่าจะจบด้วยดีและไม่บานปลาย ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนา จ.นครราชสีมา กล่าวว่าคิดว่าด้วยคุณูปการ คุณความดี และบารมีของหลวงพ่อคูณ คงไม่อยากให้ลูกศิษย์มีมลทิน กรรมการชุดเดิมก็พยายามสร้างสรรค์ พยายามทำงานเพื่อวัดมาโดยตลอด ถ้ามองอีกมุมมอง กรรมการวัดและไวยาวัจกรชุดนี้ก็มีส่วนขับเคลื่อนทำให้วัดบ้านไร่พัฒนามาถึงจุดนี้ได้

     "ทั้งกรรมการวัด ไวยาวัจกรวัด หลวงพ่อคูณ และชาวบ้าน ผนึกกำลังกันถึงเป็นวัดบ้านไร่จนถึงทุกวันนี้ ถ้าไม่มีตรงนี้ก็ไม่รู้ว่าวัดจะเป็นอย่างไร ฉะนั้นเราต้องมองเขาในเชิงบวกไว้ก่อน กรรมการวัดชุดใหม่มีอะไร เขาให้มาแค่ไหนก็รับไปแค่นั้น ส่วนบางเรื่องที่อาจไม่ถูกต้อง ยกตัวอย่างเช่น เรื่องทุจริตเงินวัด ถ้ารู้ว่าทุจริตก็ต้องไปหาข้อมูลเชิงลึก แล้วไปฟ้องศาลดำเนินคดีตามกระบวนกฎหมายกันในภายหลัง" นายบัญชายุทธกล่าว

     ส่วนนายสมพงษ์ วิริยะจารุ วัฒนธรรม จ.นครราชสีมา ในฐานะรองประธานคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินวัดบ้านไร่ กล่าวว่ากรรมการในแต่ละหมวดทรัพย์สิน กำลังตรวจสอบตามที่ได้รับมอบหมาย จะไม่ก้าวก่ายซึ่งกันและกันอย่างแน่นอน จากการสอบถามเบื้องต้นไม่มีปัญหาน่าเป็นห่วง กระบวนการต่างๆ ขับเคลื่อนไปได้ โดยพระราชสีมาภรณ์ รองเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา ในฐานะประธานคณะกรรมการ มีบัญชาเพิ่มเติมว่าหากมีปัญหาข้อสงสัยติดขัดเรื่องอะไร ต้องแจ้งให้ทราบโดยเร็ว เพื่อจะได้เรียกประชุมหารือวางแนวทางแก้ไขได้ทันท่วงที ถ้าเสร็จไม่ทันตามกรอบ 30 วัน สามารถขยายระยะเวลาได้ตามความเหมาะสม เช่น 7-10 วัน แต่ต้องแจ้งสาเหตุให้ทราบด้วย

     วัฒนธรรม จ.นครราชสีมา กล่าวต่อว่า สำหรับอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการนั้น ไม่สามารถจับผิดหรือกล่าวโทษได้ มีเพียงแต่รับทราบตามรายงาน เมื่อเสร็จสิ้นโดยผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการแล้ว พระครูภาวนาประชานาถ หรือหลวงพ่อนุช รตนวิชโย รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ จะเป็นผู้ใช้อำนาจหน้าที่ติดตามทวงหนี้ได้โดยชอบตามกฎหมาย จึงขอชี้แจงให้สาธารณชนรับทราบโดยทั่วกัน

     ขณะที่ นายปฐมเกียรติ ไชยคำ ผอ.โรงเรียนวัดสระจรเข้ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ร่วมกล่าวแสดงความคิดเห็นในฐานะตัวแทน ผู้บริหารสถานศึกษาในพื้นที่ อ.ด่านขุนทด ว่า ชาวด่านขุนทดมีชีวิตความเป็นอยู่กันเรียบง่าย ผลประโยชน์ในวัดบ้านไร่ ใครทำอย่างไรก็ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว เนื่องจากเชื่อฟังและจดจำคำสอนของหลวงพ่อคูณ เงินของวัดที่ได้จากการบริจาคหรือมีผู้ถวาย คือน้ำแข็ง หมายความถึงการละลาย และหมดไป จึงได้แต่เฝ้ามองด้วยความห่วงใย พูดคุยในวงแคบเท่านั้น "หลวงพ่อคูณท่านมีนิมิตรู้อนาคต จึงทำพินัยกรรมให้ส่งสรีระภายใน 24 ชั่วโมง มิเช่นนั้นจะเกิดความสับสนวุ่นวาย ผมเชื่อคณะกรรมการจะสามารถจัดการปัญหาให้ลุล่วง และเป็นที่ยอมรับของสาธารณชนได้ แม้วัดบ้านไร่จะไม่มีหลวงพ่อคูณ แต่จะไม่ทอดทิ้ง พร้อมใจร่วมทำนุบำรุงให้วัดบ้านไร่อยู่เคียงคู่กับ อ.ด่านขุนทด ตลอดไป" นายปฐมเกียรติกล่าว วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงก่อนการออกสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดประจำวันที่ 2 มิ.ย. 2558 คึกคักเป็นพิเศษ บรรดาผู้นิยมเสี่ยงดวงยังคงแห่ซื้อเลขหลวงพ่อคูณ จนราคาสลากพุ่งสูงถึงใบละ 300 บาท โดยเฉพาะเลขอายุ 92-29, เลขพรรษา 71-17, เลขทะเบียนรถที่เคลื่อนสรีระหลวงพ่อคูณ 075-669-807 นอกจากนี้ ยังมีการซื้อเลขวันเกิด 4 ต.ค. 2466, วันมรณภาพ 16 พ.ค. 2558, เวลามรณภาพ 11.45 น., เลขท้ายบัตรประชาชน 608, พินัยกรรมเลขที่ 543, เลขเตียงที่มรณภาพ 421 และเลขฝาโลง 415 เป็นต้น โดยราคาอยู่ที่ใบละ 130-200 บาท

     ต่อมาสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ออกผลงวดวันที่ 2 มิ.ย. 2558 รางวัลที่ 1 คือ 388881 รางวัลเลขท้าย 3 ตัวประกอบด้วย 876, 700, 969, 314 และเลขท้าย 2 ตัว คือ 65 ไม่ตรงกับเลขของหลวงพ่อคูณใดๆ ทั้งสิ้น แต่ในขณะเดียวกันกลับสร้างความฮือฮาในหมู่ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ประจำทำเนียบรัฐบาล เนื่องจากรางวัลที่ 1 ที่ออก 388881 ซึ่งเลขท้าย 3 ตัวหลัง ตรงกับเลขทะเบียนรถเบนซ์ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี คือ 1881 ที่เพิ่งนำเข้าซ่อมแล้วนำรถโฟล์กตู้มาใช้แทนในวันหวยออกพอดี ทำให้กลุ่มข้าราชการและเจ้าหน้าที่บ่นเสียดายกันมาก เนื่องจากไปซื้อเลขทะเบียนรถโฟล์กตู้ และเลขหลวงพ่อคูณแทน

     จากการสอบถามคนใกล้ชิด และบรรดาเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของนายกฯ ปรากฏว่าไม่มีใครซื้อเลขทะเบียนรถเบนซ์เลย แต่ละคนจึงรู้สึกเสียดาย พร้อมกล่าวว่า "ไม่น่าเชื่อนายกฯ จะแม่นหมือนกัน" ขณะที่พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์หลังประชุมครม. ก่อนการออกรางวัลสลาก ถึงการเปลี่ยนจากรถเบนซ์มาเป็นรถโฟล์กตู้ว่า "ใกล้ออก ก็อยากให้พวกเราดูตัวเลข ความจริงรถ มันเสีย"

     ที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พล.ต. ฉลองรัฐ นาคอาทิตย์ ผอ.สำนักงานสลากฯ กล่าวว่าการแก้ไขปัญหาการขายสลากเกินราคานั้น มีความมั่นใจ 100 เปอร์เซ็นต์ ว่าตั้งแต่งวดวันที่ 16 มิ.ย. 2558 ที่จะเปิดจำหน่ายสลากในวันที่ 3 มิ.ย.เป็นต้นไป ราคาสลากจะต้องขายใบละ 80 บาทเท่านั้น สำนักงานสลากฯ จะตั้งทีมลงพื้นที่ตรวจสอบตามแผงค้าต่างๆ จะตรวจขนานไปกับตำรวจ หากพบขายเกินราคา ตำรวจจับกุมได้ทันที เพราะมีความผิดตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากตรวจสอบว่าเป็นผู้แทนจำหน่ายของสำนักงานสลากฯ จะถูกยกเลิกสัญญาทันที

     พล.ต.ฉลองรัฐกล่าวว่า ที่ผ่านมาได้เรียกตัวแทนรายย่อย คนพิการ มูลนิธิ องค์กร นิติบุคคล เข้ามาทำสัญญาสลาก 48 ล้านฉบับ ตามมติคณะกรรมการที่ต่อสัญญาให้ผู้ค้าสลากเดิม ออกไปอีก 6 เดือน เป็นไปด้วยความราบรื่น โดยจำนวนที่จะมาทำสัญญาอยู่ที่ 11,000 ราย เชื่อว่าเมื่อถึงวันที่ 5 มิ.ย. วันสุดท้ายในการรับสลากไปจำหน่าย จะมีสลากเหลืออยู่ไม่มาก ส่วนต่างจังหวัดนั้น ขอความร่วมมือกับผู้ว่าราชการจังหวัดให้ดูแลและควบคุมราคาใบละ 80 บาทเช่นกัน เชื่อว่ามาตรการทั้งการปรับเพิ่มรายได้ให้ผู้ค้า จากเดิมที่ได้ส่วนลด 7 เปอร์เซ็นต์ เป็น 12 เปอร์เซ็นต์ และการลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางมารับสลาก จะช่วยให้ผู้ค้าสลากขายได้ตามที่ราคากำหนดไว้

     ผอ.สำนักงานสลากฯ กล่าวต่อว่า ขณะที่แนวทางการแก้ไขปัญหาสลาก งวดวันที่ 16 มิ.ย. ที่ผู้ค้ารายย่อยไม่มาทำสัญญารับไปจำหน่ายนั้น เบื้องต้นสำนักงานสลากฯ จะนำส่วนที่เหลือมาขายเองหน้าสำนักงานสลากฯ หรือจุดตรึงราคา ในราคา 80 บาท รวมทั้งจะนำบางส่วนไปขายในโครงการธงฟ้าของกระทรวงพาณิชย์ ราคา 80 บาทเช่นกัน เพราะจากนี้ไปจนกว่าจะถึงวันที่ 16 มิ.ย. ยังพอมีเวลา เพื่อให้ผู้บริโภคซื้อได้ในราคาควบคุม

     พล.ต.ฉลองรัฐกล่าวอีกว่า ส่วนมติคณะกรรมการสลากฯ ที่ยกเลิกรางวัลแจ๊กพอตที่จะเริ่มงวดวันที่ 1 ส.ค. 2558 จะช่วยลดความร้อนแรงจากการรวมชุดสลากลง เนื่องจากการตรวจสอบของสำนักงานสลากฯ ที่ผ่านมาพบว่าการรวมชุดสลากจะทำให้ราคาเพิ่มขึ้น สำนักงานสลากฯ ดำเนินการไปครบทุกด้านแล้ว ทั้งการเพิ่มรายได้และลดรายจ่ายให้กับผู้ค้าสลาก การขอความร่วมมือทุกฝ่าย ให้ทำตามกฎหมาย ด้วยการห้ามขายเกินราคา ทุกภาคส่วนต้องช่วยกันส่งเสริม แต่หากยังไม่ได้ตามเป้าหมาย ก็ออกมาตรการเพิ่มเติมอีก

     เวลา 16.30 น. สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ จ.ปทุมธานี รับแจ้งจาก พ.ต.ต.อรรถพงษ์ นกขุนทอง อายุ 30 ปี ตำแหน่งสารวัตรสังกัดกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) ขอให้บันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานว่าถูกรางวัลที่ 1 จำนวน 4 คู่ หมายเลข 388881 งวดที่ 35 ชุดที่ 13, 14, 15, 16, 59, 60 และงวดที่ 50 ชุดที่ 81 และ 82 รวมเป็นเงิน 18 ล้านบาท


ที่มา...ข่าวสด

บทความที่เกี่ยวข้อง